30 พฤษภาคม 2566 ณ โรงแรมทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ กรมการพัฒนาชุมชน ผนึกกำลังร่วมกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล DGA ประชุมอบรมเชิงปฏิบัติการบุคลากรกรมการพัฒนาชุมชน ภายใต้โครงการเพิ่มขีดสมรรถนะองค์กรดิจิทัลด้วยระบบวิเคราะห์ข้อมูลและระบบบริการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการพัฒนาชุมชน โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเจ้าหน้าที่และบุคลากรของกรมการพัฒนาชุมชน จังหวัดละ 2 คน รวมจำนวน 152 คน แบ่งการดำเนินการออกเป็น 2 รุ่น รุ่นที่ 1 ภาคเหนือ/ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจำนวน 74 คน รุ่นที่ 2 ภาคกลางและภาคใต้ จำนวน 78 คน โดยในรุ่นที่ 2 ดำเนินการระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน 2566 ด้วยการบรรยายให้ความรู้ พร้อมทั้งฝึกปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล Big Data ระบบภูมิสารสนเทศเพื่อการพัฒนาชุมชน GIS และระบบบูรณาการฐานข้อมูล Linkage Center เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ความเข้าใจในการใช้เครื่องมือเพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลและระบบบริการทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพในปฏิบัติงานและการให้บริการประชนของกรมการพัฒนาชุมชน ได้เป็นอย่างดี นำมาใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างรวดเร็ว
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เล็งเห็นว่าการจะขับเคลื่อนองค์กรดิจิทัลได้ต้องบูรณาการจากสามส่วน คือข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ แผนงานหรือแผนยุทธศาสตร์ และการบริหารจัดการคือการดำเนินการด้านงบประมาณ ประเด็นสำคัญคือต้องปรับความคิดของบุคลากรของกรมฯให้เป็น “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” นำระบบดิจิทัลมาเสริม การทำงาน บุคลากรของกรมฯมีหน้าที่ที่จะต้องพัฒนาตนเองเพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องเรียนรู้ตลอดชีวิตและต้องทันสมัย โดยคำนึงถึงการทำงานระหว่าง คนรุ่นใหม่ คนรุ่นเก่า ที่จะต้องเตรียมพร้อมและก้าวเดินไปพร้อมกัน” นับเป็นก้าวหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ขับเคลื่อนเป็นองค์กรดิจิทัลนำไปสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล โดยได้รับความร่วมมือจาก สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล DGA เพิ่มทักษะด้านดิจิทัลของบุคลากรกรมการพัฒนาชุมชนให้สอดคล้องกับกรอบการพัฒนา (Development Roadmap) จึงอนุมัติให้ศูนย์สารสนเทศเพื่อการพัฒนาชุมชน ดำเนินการจัดประชุมอบรมเชิงปฏิบัติการทักษะด้านดิจิทัลสำหรับข้าราชการและบุคลากรของกรมการพัฒนาชุมชน โดยมี ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ ผู้อำนวยการศูนย์สารสนเทศเพื่อการพัฒนาชุมชน มอบหมายให้ นางสาวประภาพรรณ วุ่นสุข ผู้อำนวยการกลุ่มงานพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ นางสาวปภาวรินท์ ปานนี้ นักวิชการคอมพิวเตอร์ชำนาญการ ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการกลุ่มงานวิเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศชุมชน ให้การต้อนรับ นายณัฐวัชร์ วรนพกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล
ดร.อุรัชฎา เกตุพรหม ผู้อำนวยการฝ่ายมาตรฐานดิจิทัลภาครัฐ นายทศพล เชี่ยวชาญประพันธ์ นักวิเคราะห์ข้อมูลอาวุโส 2 สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล
โดยได้รับเกียรติจากนายณัฐวัชร์ วรนพกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล บรรยายในหัวข้อ การสร้างกระบวนการเปลี่ยนผ่านองค์กรดิจิทัลสู่รัฐบาลดิจิทัล กล่าวโดยสรุปว่า ประเด็นหลักที่ต้องคำนึงถึงในการขับเคลื่อนเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัล ประกอบด้วย 4 ประการ คือ 1) การบริการ 2)กระบวนการปฏิบัติงาน 3)แนวทางที่ใช้ตัดสินใจ 4)ข้อมูลข่าวสาร โดยมีตัวช่วยในการสนับสนุนผลักดัน 4 ประการ 1)ยุทธศาสตร์ 2)โครงสร้างและการกำกับดูแล 3)ภาวะผู้นำ ศักยภาพ และวัฒนธรรม 4) เทคโนโลยี โดยการเปลี่ยนแปลงสู่องค์กรดิจิทัลอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน จะประกอบด้วย 1)ทำให้การใช้บริการสาธารณะง่ายขึ้น 2) ให้ความปลอดภัยกับข้อมูลของประชาชน 3)เพิ่มประสิทธิภาพให้กับงบประมาณที่ลงทุนในการจัดบริการ 4) ปรับปรุงสมรรถนะของการบริการสาธารณะและพัฒนาคนให้เข้ากับงาน 5) โครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะส่งเสริมเศรษฐกิจและสังคม โดยกุญแจแห่งความสำเร็จที่จะนำไปสู่รัฐบาลดิจิทัล ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ ประชาชน กระบวนการ และเทคโนโลยี
นายทศพล เชี่ยวชาญประพันธ์ นักวิเคราะห์ข้อมูลอาวุโส 2 สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล บรรยายในหัวข้อ การขับเคลื่อนด้วยข้อมูลสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล กล่าวว่า องค์ประกอบการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล ประกอบด้วย 4 ส่วน ได้แก่ 1)ประชาชน 2) กระบวนการ 3) เทคโนโลยี 4)Data โดยมีการยกตัวอย่างการใช้ประโยชน์และให้บริการข้อมูลของรัฐบาลต่างประเทศ เช่น Track item ของรัฐบาลออสเตเรีย และยกตัวอย่างการใช้ประโยชน์และให้บริการข้อมูลของรัฐบาลไทย เช่น กรมสรรพากร โดยมีการกล่าวถึง Data Governance การกำกับดูแลธรรมภิบาลขช้อมูล การกำหนดสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบในการบริหารจัดการข้อมูลของหยน่วยงานของรัฐ รวมถึงสิทธิและหน้าที่ของผู้ครอบครองหรือควบคุมข้อมูลดังกล่าวในทุกขั้นตอนโดยข้อมูลที่ดี Good Data ต้องประกอบด้วย Data security Data Privacy Data Quality
ดร.อุรัชฎา เกตุพรหม ผู้อำนวยการฝ่ายมาตรฐานดิจิทัลภาครัฐ บรรยายในหัวข้อ ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ทางคอมพิวเตอร์เตรียมพร้อมสู่องค์กรดิจิทัล กล่าวว่า การที่จะเป็นรัฐบาลดิจิทัลได้นั้นต้องมี กฎหมาย กฎระเบียนรองรับ เพื่อให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องใช้ในการอ้างอิงในการปฏิบัติงาน โดยรัฐธรรมนูจ 2560 มาตรา 258 ข (1)(2) บัญญัติไว้ ดังนี้ (1) การนำเข้าเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ในการบริหารแผ่นดิน (2) การบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานของรัฐทุกหน่วยงานเข้าด้วยกัน กำหนดออกเป็น พ.ร.บ. การบริหารและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562 โดยเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้เพื่อ 1)อำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ลดภาระเอกสาร ลดเวลาการติดต่อราชการและลดการเดินทาง 2)เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการให้บริการ ลดการสัมผัส ลดการคอร์รัปชัน โดยบังคับให้หน่วยงานภาครัฐต้องปฏิบัติตามและได้กำหนดเป็นกรอบแนวคิดการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล และ Data Oriented Public-Private Partnership (PPP) ไว้ดังนี้
– ปรับเปลี่ยนข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบเป็นดิจิทัล
– กระบวนการทำงานในรูปแบบดิจิทัล
– แลกเปลี่ยน / เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน
– บริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียวและบูรณาการ
– ปรับแต่งเฉพาะบุคคล (Personalized Service)
ซึ่งการอบรมในวันนี้จะเป็นเวทีแห่งโอกาสที่จะช่วยปลดล็อกสกิลด้านดิจิทัลของบุคลากรภาครัฐให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานให้ได้ประโยชน์สูงสุด เนื่องจากปัจจุบันกรมการพัฒนาชุมชนได้พัฒนาเครื่องมือเพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลและระบบบริการทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นช่องทางให้เจ้าหน้าที่และบคุลากรใช้ในการปฏิบัติงานและให้บริการประชาชนได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่บุคลากรของหน่วยงานต้องเสริมทักษะเพิ่มขีดสมรรถนะ ทั้งความรู้และการใช้งานเครื่องมือเพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลและระบบบริการทางอิเล็กทรอนิกส์
ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างประชาชนได้