วันนี้ (5 กันยายน 2567) เวลา 09.30 น. ณ ลานเอนกประสงค์ ชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) โดย นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ประกาศนโยบายและทิศทางการพัฒนาชุมชน ประจำปี พ.ศ. 2568 และรับมอบใบรับรองมาตรฐานการบริหารความปลอดภัยสารสนเทศ ของกรมการพัฒนาชุมชน มาตรฐาน ISO จากประเทศอังกฤษ จากผู้แทนบริษัท ยูไนเต็ด รีจิสตร้า ออฟซิสเท็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด จากนั้น เป็นประธานมอบรางวัลเชิดชูเกียรติข้าราชการ หน่วยงาน ผลงานเด่นแห่งปี จำนวน 325 รางวัล ในงาน“วันพัฒนาชุมชน” (CD Day 2024) “เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน” ( Strengthened grassroots economy , resilient and sustainable communities) โดยมีข้าราชการในสังกัดกรมการพัฒนาชุมชน ผู้นำชุมชน กลุ่ม/องค์การชุมชน เครือข่ายองค์การชุมชน สื่อมวลชนร่วมงานอย่างคับคั่ง
นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า กรมการพัฒนาชุมชน มีภารกิจสำคัญที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงมหาดไทยในการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ให้กับประชาชน โดยพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนให้ผ่านเกณฑ์ความจำเป็นพื้นฐานระดับครัวเรือน เสริมสร้างศักยภาพของผู้นำ/ กลุ่ม/องค์กรชุมชน เพื่อเป็นพลังชุมชน สร้างหมู่บ้าน/ตำบลให้เกิดความเข้มแข็งมีเศรษฐกิจฐานรากที่มั่นคง และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนโดยกำหนดวิสัยทัศน์ของกรมการพัฒนาชุมชน ว่า “เศรษฐกิจฐานรากมั่นคงชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”สำหรับการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชน ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ที่จะถึงนี้กรมการพัฒนาชุมชนมุ่งหวังการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) โดยมีกระบวนงานสำคัญ 4 ประการ ดังนี้ 1) การฟื้นฟู (Restoration) กล่าวคือ ต้องฟื้นฟูงานพื้นฐาน ที่เป็นแก่นของกรมการพัฒนาชุมชนที่เกี่ยวข้องการกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเพื่อให้ประชาชนในทุกชุมชนเข้าถึงปัจจัยขั้นพื้นฐานในการดำรงชีวิตและสวัสดิการของรัฐ กล่าวคือ มีอาชีพ รายได้ ความมั่นคงทางอาหาร ที่อยู่อาศัย และที่สำคัญ เราจำเป็นที่จะต้องสร้างและส่งเสริมให้มีผู้นำในทุกชุมชน เพื่อเป็นตัวแทนและกระบอกเสียงด้านการพัฒนาและประสานงานกับเจ้าหน้าที่รัฐ โดยนำนโยบายของผู้บริหารกรม/กระทรวงและรัฐบาลแปลงสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านโครงการ/กิจกรรมต่าง ๆ อาทิ การพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง, การส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ, การเสริมสร้างระบบการบริหารจัดการชุมชนที่มีมาตรฐาน, ศูนย์อำนวยการปฏิบัติการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง, การเสริมสร้างและพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลง 2) ปรับปรุง (Reinvention) กล่าวคือ แก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่ทำให้การขับเคลื่อนงานขาดประสิทธิภาพมีความล่าช้า ไม่เกิดประสิทธิผล หรือปรับปรุงส่วนที่ดีอยู่แล้ว เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สามารถทำได้โดยกลไกและเครือข่ายพัฒนาชุมชนที่มีคุณภาพ นั่นคือ การสร้างการมีส่วนร่วมใน 3 ระดับ (ระดับประเทศ,จังหวัด, ชุมชน) การเชื่อมประสาน 5 กลไก (การประสานงานภาคีเครือข่าย, การบูรณาการแผนงานและยุทธศาสตร์, การติดตามและประเมินผล, การจัดการองค์ความรู้และการสื่อสารสังคม) และการปฏิบัติงานร่วมกับ 7 ภาคีเครือข่าย (ภาครัฐ, ภาควิชาการ, ภาคศาสนา, ภาคประชาชน, ภาคเอกชน, ภาคประชาสังคม และภาคสื่อสารมวลชน)
ตัวอย่างโครงการ/กิจกรรมต่างๆ ได้แก่ การขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี และผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP) : สร้างคน สร้างเครือข่าย เชื่อมตลาดทั้งในและต่างประเทศ บนฐานนวัตกรรม, การส่งเสริมการออม การบริหารจัดการทุนชุมชน และพัฒนาทักษะการบริหารจัดการทางการเงินของครอบครัวและชุมชน, การจัดทำแผนพัฒนาตำบล (One Plan), การบริหารจัดการข้อมูลและใช้ประโยชน์จากข้อมูล รวมถึง การวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการขับเคลื่อนงานเพื่อค้นหาและปรับปรุงวิธีการทำงานอยู่ตลอดเวลาด้วยเครื่องมือการวิเคราะห์ต่าง ๆ เช่น After Action Review (AAR) หรือ Root Cause Analysis (RCA) 3) สร้างเสริม (Reinforce) กล่าวคือ สร้างเสริมศักยภาพและสมรรถนะบุคลากรให้เป็นคนเก่ง คนดี มีคุณธรรม และพึงประสงค์ รู้จักการพัฒนาตัวเอง และสามารถขับเคลื่อนภารกิจ พัฒนาองค์กร มีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติราชการ ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลง และการพัฒนาในด้านต่าง ๆ และที่สำคัญตอบสนองความต้องการประชาชน ตัวอย่างโครงการ/กิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่ การยกระดับจัดการความรู้งานพัฒนาชุมชนสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้, การปลูกฝังทัศนคติการเป็นข้าราชการที่ดีและเสริมสร้างคุณธรรมแก่ข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชน, ส่งเสริมและพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารทรัพยากรบุคคลด้วยผลงานของการปฏิบัติราชการ 4.สร้างสรรค์ (Creative Development) กล่าวคือ พัฒนางานด้านการพัฒนาอย่างสร้างสรรค์ โดยพัฒนาต่อจากงานที่เคยขับเคลื่อนมาและเป็นประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน คำนึงถึงปัญหาความต้องการ และวิถีชีวิตของชุมชนตัวอย่างโครงการ/กิจกรรมต่าง ๆ ที่สามารถพัฒนาอย่างสร้างสรรค์ อาทิ การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์, การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนและผู้ประกอบการ (OTOP) ที่มีคุณภาพ ทันสมัย มุ่งสู่ นโยบาย 1 ครอบครัว 1 ทักษะ ซอฟต์พาวเวอร์ (OFOS), การส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทุนชุมชนและนวัตกรรมทางเทคโนโลยีในการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก
นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่เราต้องรักษาและพัฒนาต่อยอด คือ โครงการและงามในพระราชดำริ อันประกอบด้วย 1) การสร้างความมั่นคงทางอาหารตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในการส่งเสริมการปลูกผักสวนครัว และพืชสมุนไพรจนเป็นวิถีชีวิต 2) การน้อมนำแนวพระดำริในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่อการสร้างความสมดุลของระบบนิเวศ (คนอยู่ร่วมกับช้างป่า) สากล 3) การส่งเสริมและสวมใส่ผ้าไทยในชีวิตประจำวัน ตามพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ขอขอบคุณพี่น้องข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชนทุกคน ที่มีความวิริยะ อุตสาหะเสียสละ และทุ่มเท ในการดำเนินงานพัฒนาชุมชน ทำให้พี่น้องประชาชนอยู่ดี กินดีและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผมขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน ในการขับเคลื่อน “งานพัฒนาชุมชน” ปึงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยขอให้พี่น้องพัฒนาชุมชนทุกคนรักษาไว้ซึ่ง คุณลักษณะที่ดีในการเข้าถึง พี่น้องประชาชน สามารถตอบสนองงานตามนโยบายได้สมกับความคาดหวังของผู้บังคับบัญชา ในทุกระดับ และสร้างให้เกิดความพึงพอใจแก่ประชาชน “เราจะเดินไปด้วยกัน ทำงานให้ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข แก้ไขในสิ่งผิด สืบสานพระราชปณิธาน ภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน”
ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำทิศทางการขับเคลื่อน คือ 1.พัฒนาการจังหวัดและพัฒนาการอำเภอส่งเสริมให้พัฒนากรลงพื้นที่ “พัฒนากรคือทรัพยากรของกรมการพัฒนาชุมชนที่สำคัญที่สุด ซึ่งต้องมีคุณลักษณะที่ดี ในการเข้าถึงพี่น้องประชาชน สามารถตอบสนองงานตามนโยบายได้สมกับคาดหวังของผู้บังคับบัญชาและสร้างให้เกิดความพึงพอใจแก่ประชาชน” 2.การขับเคลื่อนการสร้างผู้นำชุมชน กรมการพัฒนาชุมชนมุ่งสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ด้วยกระบวนสร้างผู้นำชุมชนเพื่อหวังให้ผู้นำกำหนดทิศทางการพัฒนาชุมชน 3. การขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงมหาดไทยทำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ส่งมอบผลผลิตให้เร็วขึ้น การมีผลผลิตที่จับต้องได้ เช่น การมีกองทุนชุมชนต่างๆ, โครงการ โคก หนอง นา, โครงการ OTOP เป็นต้น นี่คือผลพลอยได้จากการมีเครือข่าย มีบุคลากรในพื้นที่ 4. พันธกิจของกระทรวงมหาดไทย คือการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข จึงคาดหวังให้บุคลกร รวมถึงทรัพยากรของกรมการพัฒนาชุมชน สามารถตอบสนองพันธกิจของกระทรวงมหาดไทย บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ของพี่น้องประชาชน สร้างเสริมสถาบันหลักของชาติ ส่งเสริมการสืบทอดศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์
พิธีมอบรางวัลประกาศเกียรติคุณแก่บุคคลและหน่วยงานดีเด่นเป็นกิจกรรมที่กรมการพัฒนาชุมชนภาคภูมิใจและได้ถือปฏิบัติมาเป็นประจำทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติบุคลากรของกรมฯ ที่ได้อุทิศตน เสียสละ ทำคุณประโยชน์จนครบเกษียณอายุราชการ รวมทั้ง เพื่อต้องการเชิดชูเกียรติแสดงความยินดี และสร้างขวัญกำลังใจกับบุคลากรของกรมฯ ที่ได้อุทิศตนปฏิบัติงาน มีผลงานดีเด่นเป็นที่ยอมรับของหน่วยงาน
ในการมอบรางวัลประกาศเกียรติคุณฯ ในครั้งนี้ มีผู้เข้ารับรางวัลประกาศเกียรติคุณ จำนวน 7 ประเภท จำนวน 322 รางวัล ประกอบด้วย 1) ข้าราชการ และลูกจ้างประจำที่ครบเกษียณอายุราชการ ประจำปี พ.ศ. 2567 จำนวน 141 ราย 2) ข้าราชการพลเรือนดีเด่น (ครุฑทองคำ) ประจำปี พ.ศ. 2566 จำนวน 11 รางวัล 3) ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการดีเด่น กรมการพัฒนาชุมชนประจำปี พ.ศ. 2567 จำนวน 8 ประเภท 101 รางวัล 4) รางวัลหน่วยงานพัฒนาชุมชนใสสะอาด “ระดับดีเด่น” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จำนวน 31 รางวัล 5) รางวัลมาตรฐานการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ประจำปี 2567จำนวน 18 รางวัล 6) รางวัลศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง สู่การเป็นแหล่งเรียนรู้เชิงนวัตกรรมระดับดีเด่น จำนวน 7 รางวัล และ 7) รางวัลสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดที่มีผลการดำเนินงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศดีเด่น และระดับดี โครงการพัฒนาชุมชนดิจิทัล 4.0 ประจำปี 2567 จำนวน 13 รางวัล รวมจำนวน 325 รางวัล
ขอเชิญชวนผู้มีใจรักการพัฒนาทุกท่าน ไปร่วมชมนิทรรศการที่ไม่ให้เพียงแค่ความรู้ แต่ยังให้ท่านได้สัมผัสถึงแบบอย่างวิถีชีวิตที่ได้รับการพัฒนาด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการใช้พลังชุมชนในการพัฒนาชุมชน ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การต่อยอดงานพัฒนาให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น ในงาน
“วันพัฒนาชุมชน” ซึ่งงานจะมีถึงวันที่ 6 กันยายนนี้ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 19.00 น. ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารรัฐประศาสนภักดี ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ